1 จำนวนผู้เข้าชม |
หนึ่งในประเด็นที่ทำให้หลายท่านถอดใจจากการเขียนหนังสือ ไม่ใช่ตอนเริ่มต้นแต่คือ “ตอนกลางทาง” ตอนที่เริ่มรู้สึกว่าเขียนไม่ออก คิดไม่ต่อเนือง ไม่รู้จะพาเนื้อหาไปทางไหนดี เขียนไปแล้วลบ เขียนแล้วไม่พอใจ บางทีก็เปิดไฟล์ค้างไว้ทั้งวัน แต่ไม่สามารถเพิ่มเนื้อหาอะไรได้เลย
อาการแบบนี้เรียกว่า “เขียนแล้วตัน” ค่ะ ซึ่งไม่ได้แปลว่า เขียนไม่ได้ หรือไม่มีเนื้อหาที่จะเขียนต่อนะคะ แต่เป็นเพราะ เรากำลังพยายามทำกระบวนการเขียนหลายอย่างไปพร้อมกัน ทั้งคิดเนื้อหา วางโครง เรียบเรียงคำ และยังแอบคาดหวังให้ผลงานเขียนนั้น ออกมาดีตั้งแต่ครั้งแรก สุดท้ายเลยยิ่งคิด ก็จะยิ่งไม่ไปไหน เพราะเมื่ออยู่ในสภาวะนี้ สิ่งที่ควรทำอาจไม่ใช่การนั่งรอไอเดียใหม่ แต่คือการทำให้ตัวเอง “เขียนต่อได้ง่ายขึ้น”
สำนักพิมพ์วิช ขอแบ่งปันไอเดียโดยแนะนำให้ลองเริ่มจากวิธีดังนี้ค่ะ
1) หยุดการเขียนแบบสมบูรณ์แบบก่อน หลายท่านคาดหวัง อยากเขียนให้ดีตั้งแต่บรรทัดแรกซึ่งจริง ๆ แล้ว นอกเหนือจะเป็นการกดดันตัวเอง มันยิ่งทำให้เริ่มยาก ลองเปลี่ยนมาเขียนแบบ Bullet หรือประโยคสั้น ๆ ก่อนโดยที่ยังไม่ต้องคำนึงถึงรูปประโยค ยังไม่ต้องเป๊ะขอให้เนื้อหาหรือโครงร่างออกมาก่อน
2) เปลี่ยนคำถาม = เปลี่ยนความคิดบางครั้งเนื้อหาหรือเรื่องที่ยังเขียนไม่ออกไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรจะเขียน แต่เป็นเพราะเรากำลังใช้ “คำถามที่ยากเกินไป” กับตัวเอง เช่น “จะเขียนอย่างไรให้ออกมาดี” ให้ลองเปลี่ยนมาเป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายขึ้นเช่น เรื่องนี้สอนอะไรแก่คนอ่าน? มีตัวอย่างจริงอะไรที่เล่าได้? ถ้าเล่าให้เพื่อนฟัง จะพูดว่าอะไร?
3) ใช้วิธี “พูดแทนเขียน” บางครั้งสมองพูดได้ลื่นกว่าที่เขียน และภาษาพูดก็ต่างจากภาษาเขียน ถ้านึกเป็นประโยคไม่ออก ลองเปลี่ยนจากการ “พิมพ์”มาเป็น “เล่า” แทน ซึ่งอาจทำได้โดยการบันทึกเสียง
4) ลดขนาดงาน อย่าตั้งต้นด้วยความคิดว่า “วันนี้ต้องเขียนทั้งบท” เพราะนั่นอาจเป็นเป้าใหญ่เกินไป ลองเปลี่ยนเป็นลดขนาดของเป้าหมายให้เล็กลง เช่น วันนี้เขียนแค่ 1 หน้า หรือ 300 คำก็พอ
5) ย้อนกลับไปที่ “โครงสร้างของงานเขียน”อาการตันหลายครั้งไม่ได้เกิดจากเขียนไม่เป็น แต่เกิดจาก “โครงยังไม่ชัด”
ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรต่อ นั่นอาจแปลว่าโครงของบทนั้นยังไม่แน่นพอ
6) ใช้ “ตัวอย่างจริง” เป็นตัวดึงเนื้อหา ถ้าคิดเชิงอธิบายหรือเชิงทฤษฎีไม่ออก ให้ลองเปลี่ยนมาเล่า “เคสจริง” แทน เพราะเรื่องจริงมักช่วยพาเนื้อหาให้เดินต่อได้ง่ายกว่า
7) ยอมให้การเขียนแรกได้ผลที่ “ไม่สมบูรณ์ที่สุด” ก่อน นักเขียนหลายคนไม่ได้หยุดเพราะเริ่มไม่ได้ แต่หยุดเพราะพอเขียนไปกลางทางแล้วเริ่มคาดหวังกับเนื้อหามากเกินไป ทั้งที่ความจริงแล้ว การเขียนครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องดีที่สุดแต่แค่มีเนื้อหาตั้งต้นก่อนและที่สำคัญมาก ๆ คือ อย่ากดดันตัวเองว่าจะต้องเขียนออกมาให้ดีตั้งแต่ครั้งแรก
เพราะหนังสือที่ดี ไม่ได้เกิดจากการเขียนให้เป๊ะในครั้งเดียว แต่เกิดจากการค่อย ๆ เขียน ค่อย ๆ เรียบเรียง และค่อย ๆ พาให้ต้นฉบับชัดขึ้นทีละนิด
ดังนั้นถ้าวันนี้คุณกำลังอยู่ในจุดที่เขียนไม่ออก อย่าเพิ่งรีบคิดว่าตัวเองไปต่อไม่ได้ เพราะบางทีคุณอาจไม่ได้ “หมดเรื่องจะเขียน” แต่แค่ยังหาวิธีพาตัวเองกลับมาเขียนต่อไม่เจอเท่านั้นเอง
สำนักพิมพ์วิช ขอเป็นกำลังใจให้ว่าที่นักเขียนทุกท่านนะคะและหากยังติดขัดประเด็นใด ทักทายมาหารือกันได้เลยค่ะ
Line : @wishbooks (มี @ ข้างหน้าด้วยนะคะ)
โทร : 063 362 8955