ความต้องการที่จะใช้แสงส่องโดยตรงเพื่อตรวจดูโครงสร้างของอวัยวะภายในร่างกายด้วยกล้อง endoscope ตัวแรก กล้องตัวนี้มีแหล่งกำเนิดแสงจากเทียนไขและกระจกเงา
หมวดหมู่ : หนังสือ(Book) , 
Share
รายละเอียดหนังสือ
ชื่อหนังสือ : การส่องกล้องท่อไต ความรู้พื้นฐานและหลักการปฏิบัติ
URETEROSCOPY FUNDAMENTAL AND PRACTICE
ผู้เขียน : รศ. นพ.เอกรินทร์ โชติกวาณิชย์
ขนาด : 18.5 x 26 เซนติเมตร
จำนวนหน้า : 430 หน้า
กระดาษเนื้อใน กระดาษอาร์ตด้าน 120 แกรม พิมพ์ 4 สี
กระดาษปก : กระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม พิมพ์ 4 สี
ราคา : 1,500บาท
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์วิช
เดือนที่ออก : กรกฎาคม 2568
ประเภท : ศัลยศาสตร์
จำนวนที่พิมพ์ : 500 เล่ม
จัดจำหน่าย : บริษัท วิช กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด
คำนำ
การส่องกล้องท่อไต (ureteroscopy) เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีวิวัฒนาการในด้าน อุปกรณ์และเทคนิคการทำหัตถการที่มีความรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในหัตถการสำคัญ ที่ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ (urologist) ใช้ในงานประจำวันมากที่สุด ซึ่งวิธีการส่องกล้องท่อไตและเครื่องมือที่ใช้ในการทำหัตถการชนิดนี้มีประวัติความเป็นมา วิวัฒนาการทางเทคโนโอยที่น่าสนใจและได้รับการพัฒนาจนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แสงสว่างนอกจากจะให้ความสว่างเพื่อให้มองเห็นแล้ว ยังมีผลต่อการรับรู้และทำให้การปฏิบัติงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกต้อง การพัฒนาอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงจึงมีความสำคัญ ต่อพัฒนาการของกล้องส่องท่อไต (ureteroscope) ซึ่งการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาแหล่งกำเนิดแสง การพัฒนาวิธีส่งผ่านแสงสว่าง การพัฒนาระบบกล้อง ที่จะช่วยให้ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะทำงานได้หลากหลาย ถือเป็นพัฒนาการของวิธีการส่องกล้องท่อไตจากขั้นพื้นฐาน สู่วิวัฒนาการสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำมากขึ้น
ประวัติของการส่องกล้อง
การพัฒนาของการส่องกล้องในภาพรวม สามารถสรุปความเป็นมาตามช่วงระยะเวลาในการ ค้นพบสิ่งต่าง ๆ ได้ดังนี้ ใน ค.ศ. 1806 Phillip Bozzini กล่าวถึงความต้องการที่จะใช้แสงส่องโดยตรงเพื่อตรวจดูโครงสร้างของอวัยวะภายในร่างกายด้วยกล้อง endoscope ตัวแรก กล้องตัวนี้มีแหล่งกำเนิดแสงจากเทียนไขและกระจกเงา "
ต่อมาใน ค.ศ. 1840 Jacques Babinet ใช้ก้านแก้วคนสาร (glass rod) เป็นตัวนำแสง เพื่อตรวจช่องปากในส่วนที่เข้าถึงได้ยาก ' ใน ค.ศ. 1841 Daniel Colladon สาธิตการใช้อุปกรณ์นำแสง ณ มหาวิทยาลัยเจนีวา " ใน ค.ศ. 1867 Antonin Jean Desormeaux พัฒนาวิธีส่องตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ โดยใช้อุปกรณ์ที่เป็นท่อปลายเปิดร่วมกับเลนส์เพื่อใช้เป็น อุปกรณ์สำหรับรวมลำแสง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นำเลนส์มาใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือส่องตรวจทำให้บริเวณที่ส่องตรวจซึ่งปกติเป็นพื้นที่แคบ มีความสว่างมากขึ้น จึงช่วยให้ทำงานที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้น
ใน ค.ศ. 1868 John Aylwin Bevan ใช้เครื่องมือที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง % นิ้ว ลักษณะเป็นท่อยาว 4 นิ้ว และมีกระจกสะท้อนแสง เพื่อนำสิ่งแปลกปลอมออกจากหลอดอาหารของ ผู้ป่วย จากนั้น ใน ค.ศ. 1870 Louis Waldenburg ได้พัฒนาอุปกรณ์ดังกล่าวให้มีความยาวมากขึ้น และตั้งชื่อว่า "telescopes" ต่อมาใน ค.ศ. 1881 William Wheeler นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ได้พัฒนาระบบท่อน้ำแสง (light pipe) ขึ้นเป็นครั้งแรก "